หัวข้อ ชีวิตการเป็นอยู่ของชุมชน บ้านป่าแป๋

จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีอะไรน่าสนใจซ่อนอยู่เยอะมาก น่าเสียดายที่หลายคนมองข้ามจังหวัดนี้ไปด้วยเหตุผลบางอย่าง จุดเด่นอย่างหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็คือ จังหวัดนี้ยังไม่เจริญมากนัก เรายังพบเห็นวิถีชีวิตแบบชุมชนเหมือนเมื่อสักประมาณ 40 ปีที่แล้วได้เลย ยิ่งเป็นชุมชนในที่สูงตามดอย บางแห่งเป็นภาพที่เราไม่ได้เห็นนานมากแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำอีกหนึ่งชุมชนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่หากเป็นไปได้เราขอเชิญชวนทุกคนไปสัมผัสกันสักครั้ง

ข้อมูลเบื้องต้นของชุมชน

บ้านป่าแป้ เป็นชุมชนแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ชุมชนของที่นี้เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เรียกตัวเองว่า ชาวละเวือะ ก่อตั้งชุมชนมาแล้วประมาณ 500 ปี บ้านป่าแป้มีประชากรประมาณ 100 หลังคาเรือน ระบบการปกครองเป็นแบบปกครองตัวเอง โดยมีผู้นำหมู่บ้านเรียกว่า สะมัง คอยดูแลความเรียบร้อย และไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในชุมชน ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ดีเนื่องจากเป็นที่ราบเชิงเขามีลำห้วยอุมลานไหลผ่านทำให้สามารถทำเกษตรกรรมได้ตลอดทั้งปี ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยจะใช้วิธีทำไร่หมุนเวียน กล่าวคือ ทำไร่ในพื้นที่นั้นเสร็จแล้วจะปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติ ไปทำบริเวณอื่นแล้วค่อยกลับมาทำใหม่หลังจากครบกำหนด ด้านความเชื่อมีกลุ่มที่เชื่อในผี และศาสนาควบคู่กัน (มีทั้งผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ ศาสนาพุทธ) ในกลุ่มชุมชนจะมีการแต่งกาย มีภาษาเป็นของตัวเองด้วย

ความสวยงามของนาขั้นบันได

ชุมชนแห่งนี้ หากเรามองออกไปนอกหมู่บ้าน เป็นพื้นที่ทำนา สำหรับที่นี่ความอุดมสมบูรณ์ถือว่ามากเลย มองไปทางไหนก็สีเขียวเต็มไปหมด ทีนี้พอหน้าทำนา เค้าจะทำนาแบบขั้นบันได หากเราไปในช่วงที่เค้าทำนา เราจะได้เห็นนาขั้นบันไดสีเขียวไล่ระดับชั้นลงมาเป็นภาพที่สวยงามมากทีเดียว บวกกับอากาศที่บริสุทธิ์ ทั้งสองอย่างจะทำให้เราลืมเรื่องราวความเครียดในชีวิตไปหมดเลยก็ว่าได้ นอกจากนั้นนาขั้นบันไดของพวกเค้าถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์รับประทานกันในครอบครัว ชุมชน หากเหลือก็จะส่งออกไปขายให้กับบุคคลภายนอกสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง

สำนักสงฆ์ท่ามกลางธรรมชาติ

ในชุมชนบ้านป่าแป้ พวกเค้ามีจุดรวมใจอันเป็นศูนย์กลางของคนในหมู่บ้านอยู่ที่หนึ่ง นั่นก็คือ สำนักสงฆ์บ้านป่าแป้ เป็นสำนักสงฆ์แห่งเดียวในหมู่บ้าน โดยสำนักสงฆ์ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงสุดของหมู่บ้าน ทำให้พอมองลงมาจะเห็นหมู่บ้านทั้งหมด ตัดกับแมกไม้สีเขียวสวยงามมากทีเดียว ภายในสำนักสงฆ์ เราจะเห็นพระอุโบสถแบบศิลปะล้านนา แกะสลักอย่างสวยงาม เป็นสีทองเหลืองอร่ามตั้งอยู่ ซึ่งเห็นแล้วเราจะตกตะลึงในความงดงามของพระอุโบสถหลังนี้ ด้านในเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปหินอ่อนสีขาว สวยงามมาก พอเราก้าวเข้าไปในอุโบสถ เราจะรู้สึกได้ถึงพลังแห่งความศรัทธาของคนที่สร้าง จนถึงคนที่คอยดูแลรักษาบริเวณนี้

ธนาคารข้าวแห่งแรกของโลก

ถัดออกมาไม่ไกลจาก สำนักสงฆ์ เราจะได้พบกับสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของหมู่บ้านแห่งนี้ นั่นก็คือ ธนาคารข้าวแห่งแรกของโลก เล่าย้อนไปก่อนว่า มีอยู่ช่วงหนึ่ง ชุมชนบ้านป่าแป้ขาดแคลนข้าวอย่างมาก ทำให้ชุมชนลำบากเรื่องความมั่นคงทางอาหารอย่างมาก ตอนนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพันธุ์ข้าวให้กับชาวละว้า มาเพื่อปลูกไว้เป็นอาหาร จากนั้นได้นำพันธุ์ข้าวพระทานมาให้ตลอด เพื่อให้ชาวละว้า ปลูกเพื่อนำส่งให้กับโครงการหลวง สร้างรายได้และความมั่นคงทางอาหารให้กับทางชุมชนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ความเงียบสงบ ที่เหมือนกับเราได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แบบหลุดไปอีกโลกหนึ่ง แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่เหมือนเราได้รับการบำบัดจากธรรมชาติจนเรากลับมาสดชื่นอีกครั้ง ลองไปดู